บทที่๑
บทนำ
โดรงงานเรื่อง
การศึกษาคุณสมบัติของใบน้อยหน่าในการกำจัดเห็บอย่างง่าย
๑.๑ หลักการและเหตุผล
เห็บเป็นปรสิตที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบมากในสุนัข ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาเลี้ยงไว้ในบ้าน
และให้ความใกล้ชิดกับสุนัขมาก ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของสุนัขถูกเห็บกัดได้
เนื่องจากตัวเห็บนั้นมีขนาดเล็ก
และเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วจึงไม่เป็นที่ถูกสังเกตได้ง่าย
อาจจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่คนสนิท และคนภายในครอบครัว การถูกเห็บกัดนั้นจะส่งผลทำให้เจ็บ
ระคายเคือง ทำให้ขาดสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้เห็บยังเป็นสัตว์พาหะนำโรคอันเนื่องจากมาเชื้อไวรัส
บัคเตรีบและริกเค็ตเซีย (Rickettsia) ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (encephalitis)
โรคทูลารีเมีย (tularemia) โรคไข้กลับ (relapsing
fever) โรคไทฟัส (typhus fever) และโรคคิวฟีเวอร์
(Q-fever) พาหะนำโรคไข้กลับ โรคที่เกิดจากเชื้อ Rickettsia,
Colorado tick fever, Hemorrhagic fevers, Relapsing fever, Tularemia ทำให้เป็นอัมพาต เกิดจากการถูกเห็บตัวเมียกัด
ซึ่งเกิดจากพิษที่ผลิตมาจากรังไข่ของเห็บ เรียกว่า ovotoxin
จนปัจจุบันนี้แม้จะได้มีการควบคุมป้องกันเห็บสุนัขมากขึ้นมาโดยตลอด
แต่ก็ยังไม่สามารถจะกำจัดเห็บให้หมดไปได้ เนื่องจากการฆ่าให้เห็บตายนั้นทำได้ยาก
ทั้งนี้เพราะเห็บอาจกลับมาอีกได้วนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด
ดังนั้นการกำจัดเห็บที่ได้ผลสมบูรณ์จะต้องทำการฆ่าเห็บ
เวชภัณฑ์ในการกำจัดเห็บในปัจจุบันมีการผลิตขึ้นมาหลายรูปแบบที่แตกแต่งกัน
แต่เวชภัณฑ์เหล่านั้นล้วนถูกทำขึ้นจากสารเคมี
ซึ่งสารเคมีนั้นอาจส่งผลข้างเคียงต่อสัตว์เลี้ยงได้ ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการแพ้
ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะนำสมุนไพรมาแทนการใช้สารเคมี
ตามที่องค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุข
มีนโยบายพัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานให้ประชาชนได้ยกระดับคุณภาพส่วนบุคคล
และส่งเสริมให้ประชาชนใช้สมุนไพรในท้องถิ่นมากขึ้น สมุนไพรน้อยหน่า(Annona
squamosa Linn.) หนอนตายหยาก(Stemoma tuberose Lour.) ใบและเปลือกยาสูบ(Nicotina tabacum Linn.)
นั้นมีสารแอลคาลอยด์
แอลคาลอยด์ (alkaloid)
เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างทางเคมีแบบวงและมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบมีความสำคัญในด้านเป็นยารักษาโรค
แอลคาลอยด์ส่วนใหญ่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแหล่งที่พบอยู่ในพืชมีดอก
แอลคาลอยด์จะสมอยู่ใน ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด ซึ่งมีฤทธิ์ในการกำจัดแมลงได้
คณะผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการใช้ใบน้อยหน่าในการกำจัดเห็บด้วยวิธีการอย่างง่าย
๑.๒วัตถุประสงค์ของการศึกษา
๑. เพื่อศึกษาคุณสมบัติของใบน้อยหน่าในการกำจัดเห็บอย่างง่าย
๒.
เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้ใบน้อยหน่าในการกำจัดเห็บอย่างง่าย
๓.
เพื่อนำเสนอผลงานจากการใช้ใบน้อยหน่าในการกำจัดเห็บอย่างง่ายผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตหรือบล็อก
และป้ายนิเทศ
๑.๓ สมมติฐาน
ถ้าใบน้อยหน่าสามารถกำจัดแมลงได้แล้วใบน้อยหน่าจะสามารถกำจัดเห็บได้
๑.๔ ขอบเขตของการศึกษา
ขอบเขตด้านเนื้อหา
๑. ใบน้อยหน่าสดที่เก็บได้จากสวน
๒.
เห็บที่จับได้จากสุนัข
๓. แอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้น 60 เปอร์เซ็นต์
ขอบเขตด้านประชาการและกลุ่มตัวอย่าง
๑. ประชาการ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๖ โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม
๒. กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖กลุ่ม
๒โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคมจำนวน๔๖ คน
๓ .ระยะเวลา ภาคเรียนที่
๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕
๔ .นิยามศัพท์เฉพาะ
สมุนไพร
หมายถึง ยาที่ได้จากสัตว์หรือแร่ธาตุ ซึ่งยังมิได้มีการปรุงแต่งหรือแปรสภาพ
แอลคาลอยด์
หมายถึง สารรสขม ที่มีความเป็นพิษ โครงสร้างทางเคมีแบบวง
มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
น้อยหน่า(Annona squamosa Linn.) หมายถึง ชื่อต้นไม้พุ่มขนาดเล็กชนิดหนึ่งในวงศ์ Annonaccae มักทิ้งใบในหน้าแล้ง ดอกสีเหลืองแกมเขียว กลีบดอกหนา 3 กลีบ ผลสีเขียวด้านผิวนูนเป็นตาๆ เนื้อผลหนา รสหวาน มีเมล็ดมาก
เห็บ
หมายถึง สัตว์ที่เป็นปรสิตชนิดใช้ปากกัดดูดเลือด มนุษย์และสัตว์ ไม่มีหนวด มีขา 4 คู่ รูปร่างค่อนข้างกลม แบ่งเป็นสองลักษณะคือเห็บแข็ง และเห็บอ่อน
อย่างง่าย หมายถึง
วิธีการดำเนินงาน กระบวนการทำงานในเบื้องต้น ที่ไม่มีความสลับซับซ้อนมาก
๑.๕ ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา
๑.๕.๑ ตัวแปรต้น วิธีการกำจัดเห็บด้วยใบน้อยหน่า
๑.๕.๒ ตัวแปรตาม การตายของเห็บ
๑.๕.๓ ตัวแปรควบคุม จำนวนเห็บต่อหนึ่งการทดลอง,
เวลาที่ใช้ในการทดลอง
๑.๖ ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑.๖.๑ ทำให้ทราบว่าใบน้อยหน่าสามารถช่วยฆ่าเห็บได้
๑.๖.๒ ทำให้ทราบวิธีการกำจัดเห็บด้วยใบน้อยหน่าให้ได้ประสิทธิภาพอย่างง่าย
๑.๖.๔ เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการกำจัดเห็บด้วยการใช้ใบน้อยหน่าอย่างมีประสิทธิภาพอย่างง่าย
ให้แก่ผู้ที่สนใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น